ประวัติ Robert Lewandowski ยอดดาวยิงแห่งยุค สุดยอดสไตรเกอร์หมายเลข 9

ด้วยทักษะการจบสกอร์ที่เฉียบคม ว่ากันว่าเขาคือหายนะของกองหลัง เขาถูกยกให้เป็น 1 ในกองหน้าที่ดีที่สุดของโลกในยุคนี้ ชายผู้นี้มีชื่อว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้

จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอล

โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 1988 ที่กรุงวอร์ซอ เมืองหลวงของประเทศโปแลนด์ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 7 ปี โดยเล่นให้กับทีมเยาวชนแถวๆ ที่เขาอาศัยอยู่ และเป็นทางแมวมองของทีม เดลต้า วอร์ซอว์ ติดต่อให้ไปทดสอบฝีเท้า เขาก็ไม่ทำให้แมวมองของทีมผิดหวัง โดยเกมวันนั้นเขายิงไป 4 ประตู สร้างความประทับใจให้กับผู้จัดการทีม เดลต้า วอร์ซอว์ อย่างมาก เขาลงเล่นให้กับทีมสมัครเล่นที่โปแลนด์แค่เพียง 17 นัด ยิง 4 ประตู ต่อมาในวัย 17 ปี เขาได้ย้ายไปค้าแข้งฟุตบอลอาชีพกับทีม ลีเกีย วอร์ซอว์ 2 ด้วยผลงานอันโดดเด่นเขาย้ายทีมในปี 2006 ไปอยู่ทีม ซนิคซ์ ปรูสซ์คอฟ เขาเล่นให้กับทีมเยาวชนของสโมสรเพียง 12 นัด ก่อนจะถูกดันขึ้นชุดใหญ่มาเป็นกำลังสำคัญพาทีมเลื่อนชั้นได้สำเร็จ ในลีกดีวิชั่น 2 ของโปแลนด์นั้น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ สามารถคว้าดาวซัลโวของฤดูกาลนั้นด้วยการกดไป 21 ประตู จากผลงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้กุนซือของทีม เลช พอซนาน กระชากตัว เลวานดอฟสกี้ ด้วยค่า 1.5 ล้านยูโร มาร่วมทัพทันทีในปี 2008 การมาของ Lewy ก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดด้วย โดยเขาใช้เวลาเพียง 2 ฤดูกาล สามารถพาต้นสังกัดอย่าง เลช พอซนาน คว้าแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้สำเร็จ ด้วยผลงานที่สุดยอดของ เลวานดอฟสกี้ ได้ไปเตะตากุนซือของทัพเสือเหลืองอย่าง เจอร์เก้น ค็อปป์ คว้าตัวมาเสริมทัพเพียง 4.5 ล้านยูโร ในปี 2010

สร้างชื่อกับ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

การมาร่วมทัพเสือเหลืองของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ในฤดูกาลแรกยังไม่มีใครรู้จักเขาเท่าไหร่ บวกกับผลงานที่ไม่ค่อยสู้ดีและเจออาการบาดเจ็บรบกวน ต้องตกเป็นตัวสำรองของ ลูคัส บาริออส ที่ชั่วโมงนั้นฟอร์มเข้าฟักสุดๆ โดยเลวานดอฟสกี้ ทำได้เพียง 9 ประตู จากการลงเล่น 43 นัดในทุกรายการ แต่ทัพเสือเหลืองสามารถคว้าแชมป์บุนเดสลีกามาครองได้สำเร็จ ต่อมาในฤดูกาล 2011-12 จากการบาดเจ็บของ ลูคัส บาริออส ทำให้แสงในตัวของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กลับมาส่องสว่างอีกครั้ง โดยเขาระเบิดฟอร์มอันร้อนแรงด้วยการถล่มประตู 30 ลูกจากการเล่นลงไป 47 เกม พาโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าดับเบิ้ลแชมป์ ทั้งเดเอฟเบ โพคาลและป้องกันแชมป์บุนเดสลีกาเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันของทัพเสือเหลือง จากนั้นฤดูกาล 2012-13 เลวานยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยการทำสถิติใหม่ของสโมสรให้กับตัวเองโดยเป็นนักเตะที่ยิงประตูติดต่อกันมากที่สุดด้วยจำนวน 12 นัด และยังทำสถิติเป็นนักเตะคนแรกที่ยิงได้ 4 ประตู ในรอบรองชนะเลิศของศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกด้วยการยิงใส่ เรอัล มาดริด ผลการแข่งขันในเกมวันนั้นดอร์ทมุนด์ชนะไป 4-1 พาเสือเหลืองเข้าไปชิงชนะเลิศกับคู่อริร่วมลีกอย่าง บาเยิร์น มิวนิค แต่ไม่สามารถพาดอร์ทมุนด์คว้าแชมป์ได้เลยสักรายการเดียวในปีนี้ จากนั้นในปี 2013-14 ยังคงเป็น โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่แบกโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ คว้าแชมป์เดเอฟเอล ซุปเปอร์คัพมาครอง พ่วงด้วยตำแหน่งดาวซัลโวบุนเดสลีกา ซัดไป 20 ประตู และเขาได้ประกาศจะไม่ต่อสัญญากับทัพเสือเหลืองและไปเซ็นสัญญากับคู่อริอย่างเสือใต้ บาเยิร์น มิวนิคแบบฟรีๆ

เป็นตำนานกับ บาเยิร์น มิวนิค

การย้ายมาร่วมทัพเสือใต้ นั้นทำให้ตัวของเลวานดอฟสกี้ คือสุดยอดกองหน้าหมายเลข 1 ของโลก จากการหาพื้นที่ว่างและการจบสกอร์ที่เฉียบคม เขาสร้างสถิติมากมายกับบาเยิร์น มิวนิค สามารถพายอดทีมจากบุนเดสลีกาคว้าแชมป์ลีก 8 สมัยต่อติดกัน บอลถ้วยอย่างเดเอฟเบ โพคาล 3 สมัย ถ้วยบิ๊กเอียร์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 1 สมัย ซูปเปอร์ คัพ 1 สมัย สโมสรโลก 1 สมัย รวมไปถึงตำแหน่งดาวซัลโวของลีกอีก 7 สมัย ในเกมที่พบกับ โวล์ฟบวร์ก ปี 2015 เขาทำสถิติที่คาดไม่ถึงและได้บันทึกลงกินเนสบุ๊ค คือ ทำแฮตทริกเร็วที่สุด, ยิง 4 ประตูเร็วที่สุด, ทำ 5 ประตูเร็วที่สุด เพียง 9 นาที และลงมาเป็นตัวสำรองทำประตูได้มากที่สุดในเวทีบุนเดสลีกา เท่านั้นยังไม่พอ ในปี 2020-21 เขายังทำลายสถิติตลอดกาลของ แกร์ด มุลเลอร์ ที่ทำไว้กับบาเยิร์น มิวนิค จากการยิงประตู 40 ประตู ใน 1 ฤดูกาลได้อีกด้วย โดยโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ซัดไป 41 ประตู จากการลงเล่น 29 นัด ใน 1 ฤดูกาล สร้างตำนานบทใหม่ให้ตัวเอง ก่อนจะปิดฉาก 8 ปี กับบาเยิร์น มิวนิค ด้วยผลงานยิงประตูในเวทีบุนเดสลีกา ถึง 312 จากการเล่นเกมทั้งเสือเหลืองและเสือใต้ ไป 384 นัด ครองอันดับ 2 ต่อจาก แกร์ด มุลเลอร์ ที่ยิงได้ 365 ประตูกับบาเยิร์น ปิดตำนานดาวยิงบุนเดสลีกา และต้องการทำตามความฝันตัวเองด้วยการเล่นให้กับบาร์เซโลน่า

ทำตามความฝันคือการได้ลงเล่นให้กับบาร์เซโลน่า

ความฝันของนักเตะทุกคน รวมไปถึงตัวของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ คือการได้ลงในให้กับเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า เขารู้สึกอิ่มตัวกับบาเยิร์น มิวนิคทำให้ต้องการความท้าทายครั้งใหม่เพื่อเดินตามความฝัน เนื่องจากผลพ่วงการมีปัญหากับระบบการเล่นของกุนซือพลังหนุ่มอย่าง ยูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ บวกกับตัวเขาเหลือสัญญากับทีมเสือใต้แค่ปีเดียว เขาได้ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการออกจากทีม ซัมเมอร์นี้และต้องการลงเล่นให้กับเจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่าเท่านั้น ทำให้บาเยิร์น มิวนิคต้องจำใจขายกองหน้าเบอร์ 1 ของทีมด้วยราคา 50 ล้านยูโรในวัย 34 ปี ให้กับบาร์เซโลน่าไปในที่สุด

ทีมชาติ

ในนามทีมชาติของโรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เขาถูกเรียกติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 19 ปี ด้วยการลงเล่นให้กับชุด U21 จากนั้นถัดมาอีก 1 ปี เขาถูกดันขึ้นชุดใหญ่และสามารถทำประตูได้ในวัย 20 ปี จนถึงตอนนี้เขาคือตัวความหวังของทีมชาติโปแลนด์ เขาสามารถพาทีมชาติโปแลนด์ลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย แต่ผลงานในทัวร์นาเมนต์นั้น เขาไม่สามารถพาทีมผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายได้ แต่เขาคือดาวยิงอันดับ 1 ของประเทศ ด้วยจำนวน 75 ประตูจากการลงเล่น 129 นัด

ความสำเร็จสโมสรและทีมชาติ

ซนิคซ์ ปรูสซ์คอฟ

III Liga: 2006–07

เลช พอซนาน

Ekstraklasa: 2009–10

Polish Cup: 2008–09

Polish Super Cup: 2009

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

Bundesliga: 2010–11, 2011–12

DFB-Pokal: 2011–12

DFL-Supercup: 2013

บาเยิร์น มิวนิค

Bundesliga: 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2017–18, 2018–19, 2019–20, 2020–21, 2021–22DFB-Pokal: 2015–16, 2018–19, 2019–20

DFL-Supercup: 2016, 2017, 2018, 2020, 2021, 2022

UEFA Champions League: 2019–20

UEFA Super Cup: 2020

FIFA Club World Cup (สโมสรโลก): 2020

ความสำเร็จส่วนตัว

III Liga Top Scorers: 2006–07 (15 goals)

Polish Division 2 Top Scorers: 2007–08 (21 goals)

Ekstraklasa Top Scorers: 2009–10 (18 goals)

Polish Revelation of the Year: 2008

Polish Footballer of the Year: 2011, 2012, 2013, 2014, 2015, 2016, 2017, 2019, 2020, 2021

German Bundesliga Top Scorers: 2013–14 (20 goals), 2015–16 (30 goals), 2017–18 (29 goals), 2018–19 (22 goals), 2019–20 (34 goals), 2020-21 (41 goals), 2021-22 (35 goals)

UEFA Euro qualifying Top Goalscorer: UEFA Euro 2016 qualifying (13 goals)

Bundesliga team of the season: 2014–15, 2015–16, 2016–17, 2017–18, 2018–19, 2019-20, 2020-2021, 2021-2022

Best Player of UEFA EURO 2016 qualifying

Polish Sports personality of the Year: 2015

UEFA Champions League Top Goalscorer: 2021-22 (15 goals)

European Golden Shoe: 2020-21 (41 goals), 2021-22 (35 goals)

The Best FIFA Men’S Player: 2020, 2021

ราชาไร้มงกุฎ

ด้วยผลงานอันยอดเยี่ยมของเลวานดอฟสกี้ ที่พาบาเยิร์น มิวนิค คว้าทริปเปิ้ลแชมป์ ทั้ง แชมป์ลีก, เดเอฟเบ โพคาลและยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก บวกกับรางวัลส่วนตัวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ดาวซัลโวประจำลีกที่กดไปถึง 41 ประตู รองเท้าทองคำของยุโรป และโอกาสจะคว้าบัลลังดอร์มาครองเป็นสมัยแรกอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ชื่อของเขาถูกยกขึ้นมาเป็นเต็งหนึ่งในการคว้า บัลลังดอร์ 2020 แต่โชคชะตาดันเล่นตลกกับเขา ด้วยพิษจากโรคร้ายโควิด-19 ทำให้ต้องยกเลิกการมอบรางวัลบัลลังดอร์ในปีดังกล่าว และได้มีการจัดมอบรางวัลในปีถัดมา มีตัวเต็งอย่าง ลีโอเนล เมสซี่ ที่ทำผลงานยอดเยี่ยมด้วยการพาอาร์เจนตินา คว้าแชมป์ โคปา อเมริกา 2021 เบียดตีคู่มากับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ปี 2020 และ 2021 มีผลงานที่ดีไม่แพ้กัน สุดท้ายบัลลังดอร์ 2021 ตกเป็นของ ลีโอเนล เมสซี่ ทำให้ เลวานดอฟสกี้ ต้องเจ็บปวดอย่างมาก ซึ่งมองจากผลงานและถ้วยแชมป์ถือว่าใกล้มากๆ ที่เขาจะคว้าบัลลังดอร์ ผู้ชนะอย่างเมสซี่ ได้กล่าวไว้ในงานรับรางวัลครั้งนี้ไว้ว่า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ควรได้รับรางวัล บัลลังดอร์ 2020 ทางฟีฟ่าควรมอบรางวัลนี้ให้กับเขา ทางผู้แพ้อย่างเลวาน แม้จะผิดหวังอย่างมาก แต่เขาได้แสดงความยินดีกับผู้ชนะแบบเต็มใจและยอมรับกับคำตัดสิน และเขาพร้อมที่จะสร้างผลงานกลับมาคว้าบัลลังดอร์อีกครั้ง