ประวัติ Khvicha Kvaratskhelia พ่อมดแห่งวงการลูกหนังจอร์เจีย

เขาคือเพชรเม็ดงามของประเทศ เขาได้รับฉายาจากสื่อในบ้านเกิดว่าเป็น มาราโดน่าแห่งจอร์เจีย ชายผู้นี้มีชื่อว่า ควิชา ควารัตสเคเลีย

จุดกำเนิดพ่อมดจอร์เจีย ควิชา ควารัตสเคเลีย

ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2001 ที่กรุงทบิลิซีเมืองหลวงของประเทศจอร์เจีย เด็กหนุ่มผู้หลงรักฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก ควิชา ได้มีโอกาสเข้าร่วมทีมเยาวชนของดินาโม ทบิลิซี สโมสรชั้นนำของประเทศจอร์เจีย ในวัย 11 ปี เขาฝึกฝนกับทีมเป็นเวลา 5 ปี ด้วยความมุ่งมั่นและความทุ่มเทของ ควิชา บวกกับพรสวรรค์ของเขา เขาพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกดันขึ้นชุดใหญ่ของสโมสรในปี 2017 ในวัยเพียง 16 ปี สามารถทำได้ 1 ประตู จากการลงเล่นแค่ 4 นัด กับชุดใหญ่ของสโมสร และได้ปล่อยตัว ควิชา ควารัตสเคเลีย ไปร่วมทีม เอฟซี รุสตาวี อยู่ในลีกดีวิชั่น 1 ของประเทศจอร์เจีย ในปี 2018 โดยผลงานของนักเตะดาวรุ่งรายนี้ ลงสนามให้กับทีมไปทั้งหมด 18 นัด ซัดไป 1 ประตู จากนั้นในเดือนกุมภาปี 2019 ควิชา ได้ย้ายเข้าสู่สโมสรโลโคโมทีฟ มอสโก ด้วยสัญญายืมตัวแบบสั้นๆ ในลีกรัสเซีย เขาลงสนามให้กับทีมไปเพียง 7 นัด ยิงได้ 1 ประตูทำให้โลโคโมทีฟ มอสโก ต้องการจะเซ็นสัญญากับนักเตะรายนี้อย่างถาวร แต่ติดปัญหาทำให้การเจรจาในการเซ็นสัญญาล้มเหลวลงไป และเป็นทางด้านทีม รูบิน คาซาน จัดการกระชากตัว ควิชา ควารัตสเคเลีย ดาวรุ่งจอร์เจีย มาร่วมทัพ ในปี 2019 ด้วยความสามารถที่ยอดเยี่ยม เขาทำผลงานได้อย่างดีกับรูบิน คาซาน โดยเขาลงสนามให้กับทีมไป 50 นัด ซัดไป 7 ประตู และคว้ารางวัลนักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกรัสเซีย 2 ปีติดต่อกัน ทำให้หลายทีมยักษ์ใหญ่ในยุโรปสนใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น เอซี มิลาน, ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์, นาโปลี, ยูเวนตุส, แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด เป็นต้น เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ที่รัสเซียบุกยิงถล่มยูเครน ทำให้ทางฟีฟ่า เปิดทางให้เหล่านักเตะต่างชาติที่เล่นในลีกรัสเซีย สามารถย้ายของจากทีมได้ ควิชา ควารัตสเคเลีย ตัดสินใจย้ายกลับลีกบ้านเกิด ร่วมทีมดินาโม บาตูมี สโมสรใหม่ของเขา หลังจากที่เขาย้ายกลับมา เขาโชว์ผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ซัดไป 8 ประตู บวกอีก 2 แอสซิสต์ จากการลงเล่นเพียง 11 นัด ก่อนจะเป็นทางด้านนาโปลีกระชากตัวดาวเตะทีมชาติจอร์เจียไปร่วมทัพ ด้วยค่าตัวเพียง 10 ล้านยูโร เซ็นสัญญา 5 ปี

สร้างผลงานอันยอดเยี่ยมกับนาโปลี

การเสียแนวรุกตัวหลักของทีมไปหลายคน ไม่ว่าจะเป็น ลอเรนโซ่ อินซินเญ่, ดรีส์ เมอร์เท่นส์, อาร์คาดิอุสซ์ มิลิค, ฟางเบียง รุยซ์ ทำให้กุนซืออย่าง ลูเซียโน สปัลเล็ตติ มองหาผู้เล่นที่จะเข้ามาทดแทน เขาได้เพชรเม็ดงาม อย่าง ควิชา ควารัตสเคเลีย แนวรุกของดินาโม ทบิลิซี มาร่วมทีมด้วยราคาเพียง 10 ล้านยูโร แนวรุกชาวจอร์เจีย ก็ไม่ทำให้แฟนๆ อัซซูร่าผิดหวัง เขาได้ร่ายมนต์บนพื้นหญ้าสีเขียวสะกดคู่ต่อสู้ลงไปนอนจมกับพื้น ด้วยผลงานกดไป 4 ประตู บวกกับอีก 1 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 5 นัดในทุกรายการ และได้รับเลือกให้เป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคมของลีกสูงสุดในอิตาลี อย่าง กัลโช่ เซเรีย อา แถมยังมาระเบิดฟอร์ม ถ้วยใหญ่ของยุโรป อย่าง ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ในเกมที่พบกับ หงส์แดง ลิเวอร์พูล ทำเอากองหลังแชมป์ยุโรป 6 สมัย ปั่นป่วนไปกันหมด และ ควารัตสเคเลีย สามารถแอสซิสต์ได้ในเกมนี้อีก 1 ลูก จบเกมนาโปลีถล่มลิเวอร์พูลไป 4-1 ทำให้ชื่อของเขา ถูกสื่อดังทั่วยุโรป จัดให้เป็นผู้เล่นที่น่าจับตามองมากที่สุดในตอนนี้

ทีมชาติ

ในนามทีมของ ควิชา ควารัตสเคเลีย เขาถูกเรียกติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 15 ปี ในการแข่งขัน U17 ผลงานของเขาที่ลงเล่นให้กับ U17 ไปทั้งหมด 21 นัด ยิงได้ถึง 15 ประตู เขายังถูกดันขึ้นมาเล่นใน U19 ตั้งแต่อายุ 16 ปีอีกด้วย จากนั้นด้วยความเก่งกาจของ ควารัตสเคเลีย เขาได้ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ ในปี 2019 ด้วยอายุเพียง 18 ปี เขาทำผลงานได้อย่างเยี่ยมยอด โดยลงสนามให้ทีมชาติชุดใหญ่ไปแล้ว 8 นัด ซัด 3 ประตู ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจและตัวความหวังของคนทั้งประเทศ ในการลุ้นไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติ อย่างฟุตบอลโลกและฟุตบอลยูโรอีกด้วย

ความสำเร็จระดับสโมสรและทีมชาติ

โลโคโมทีฟ มอสโก

รัสเซีย คัพ : 2018-19

ความสำเร็จส่วนตัว

นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกรัสเซีย : 2019-20 , 2020-21

นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของจอร์เจีย : 2020

เกร็ดความรู้ของ ควิชา ควารัตสเคเลีย

ควิชา ควารัตสเคเลีย เกือบได้ย้ายไปร่วมทัพ ไอ้ม้าลาย ยูเวนตุส ถ้าหากฟาบิโอ ปาราติซี่ ผู้อำนวยการกีฬาของสโมสรในขณะนั้น ไม่ย้ายไปทำงานให้กับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ซะก่อน โดยสโมสรดินาโม บาตูมี ได้รับข้อเสนอยอดทีมจากเมืองตูรินที่ดูแลโดยปาราติซี่ ทำให้ดีลนี้ถูกยกเลิกตามฟาบิโอ ปาราติซี่ แบบอัตโนมัติ และทางด้านเอซี มิลานที่ได้ยื่นข้อเสนอมาพร้อมกับนาโปลี แต่เป็นฝั่งของทัพอัซซูร่า ที่แสดงความต้องการและวางแผนการทำทีมระยะยาวไว้ให้กับควิชา ควารัตสเคเลีย ทำให้เขาตัดสินใจย้ายมาทีมจากเมืองเนเปิลส์ ร่วมทัพนาโปลีในที่สุด