ประวัติ Kalidou Koulibaly กำแพงยักษ์แห่ง เซเนกัล กองหลังที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพละกำลังและความดุดัน

คาลิดู คูลิบาลี่ เกิดเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน 2534  เขาเป็นชาวเซเนกัลที่เกิดในเมือง Saint-Die-des-Vosges ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศฝรั่งเศส พ่อแม่ของเขามีอาชีพรับจ้างทั่วไป คูลิบาลี่ มีน้องชายหนึ่งคน ชีวิตในวัยเด็กของเขาไม่ได้สวยหรูเหมือนนักฟุตบอลทั่วไป  เขากล้าพูดได้เต็มปาก ว่าเขาและครอบครัวเป็นผู้อพยพย้ายถิ่น คูลิบาลี่ เป็นเด็กที่เรียนเก่งและฉลาดมากๆ คนหนึ่ง และเขาหลงใหลในกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก คูลิบาลี่ในปัจจุบัน นับได้ว่าเป็นกองหลังที่สมบูรณ์แบบ อันดับต้นๆ เลยก็ว่าได้  ด้วยสไตล์การเล่นที่แข็งแกร่งและดุดัน ว่องไว คูลิบาลี่บอกว่าเขามีต้นแบบในการเล่นฟุตบอลคือ ลิลิยอง ตูราม  ตำนานกองหลังที่เก่งระดับโลกอีกคนหนึ่ง ของทีมชาติฝรั่งเศส

จุดเริ่มต้นบนเส้นทางลูกหนังของ คาลิดู คูลิบาลี่

Kalidou Koulibaly  เริ่มเล่นฟุตบอลกับทีมสมัครเล่นอย่าง สโมสร SR Saint Die เขาใช้เวลาพัฒนาตัวเองอยู่สองฤดูกาล ระหว่างปี 2006-2009 ก่อนจะเป็นสถาบันเยาวชนของสโมสรเม็ตซ์ ที่ให้ความสนใจในตัวของเขาและดึงตัวเขามาร่วมทีม คูลิบาลี่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการช่วยทีมเยาวชนเม็ตซ์ รุ่นอายุไม่เกิน19ปี คว้าแชมป์ Coupe Gambardell ในปี 2009-2010นอกจากนั้นเขายังคว้าแชมป์ลีกกับทีมเยาวชนเม็ตซ์ ในศึก Championnat de France Amateur ตลอดฤดูกาลเจ้าตัวลงเล่นไปเพียงแค่ 15 นัด เท่านั้นเอง ต่อมา คูลิบาลี่ ได้ถูกดันขึ้นชุดใหญ่ และรับสัญญาอาชีพฉบับแรกกับสโมสรเม็ตซ์เป็นเวลาหนึ่งปี ตลอดฤดูกาล 2010-2011 เขาเริ่มการเล่นฟุตบอลอาชีพแบบเต็มตัวด้วยการลงสนามไป 19 นัดและทำได้เพียง 1 ประตู ฤดูกาลต่อมาเขาได้รับความไว้วางใจให้สวมปลอกแขนกัปตันทีมด้วยวัยเพียง 20 ปี เท่านั้นเอง  และด้วยฟอร์มการเล่นอันโดดเด่นของเขานั้นเองก็ไปเข้าตาหลายทีมจากยุโรป

ความท้าทายใหม่ของ คาลิดู คูลิบาลี่

คาลิดู คูลิบาลี่ เซ็นสัญญากับสโมสร เกงค์  ด้วยสัญญา 4 ปี เขาลงประเดิมเกมส์แรกให้กับสโมสรในศึก ยูฟ่ายูโรปาลีกรอบคัดเลือก ผลเกงค์ แพ้ไป 2-1 ต้องยอมรับเลยการมาของ คูลิบาลี่ ทำให้ สโมสรเกงค์ แข็งแกร่งขึ้นมาก ต่อมาเจ้าตัวก็สามารถทำประตูแรกในสีเสื้อของเกงค์ได้สำเร็จ และยังพาทีมคว้าแชมป์ Belgian Cup ได้อีกด้วย หลังจากจบฤดูกาล 2012-2013 คูลิบาลี่ลงเล่นไป 46 นัดและทำได้แค่ประตูเดียวเท่านั้นเอง ส่วนฤดูกาล 2013-2014 คูลิบาลี่ ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม  ด้วยการยิงไป 2 ประตู จาการลงสนามไป 46 นัด รวมทุกรายการ ก่อนจะย้ายไปร่วมทัพกับนาโปลีในฤดูกาลถัดไป

ประการหลังคนสำคัญของนาโปลี

คาลิดู คูลิบาลี่ ย้ายมารวมทัพนาโปลี ด้วยสัญญา 5 ปี ในฤดูกาล 2014-2015 นาโปลีพายใต้การคุมทีมของ ราฟาเอล เบนิเตช คูลิบาลี่ยังคงต้องใช้เวลาในการปรับตัวอยู่พอสมควร  เขาสามารถทำได้เพียง 1 ประตู จากการลงเล่นไป 39 นัด  ฤดูกาลต่อมา การมาของ โค้ช เมาริซิโอ ซาร์รี่ ทำให้ คูลิบาลี่ ได้รับความไว้วางใจมากยิ่งขึ้น และเป็นกำลังหลักของทีมในเวลานั้นด้วย เขาลงเล่นไป 42 เกม แต่ไม่สามารถยิงประตูได้เลย  ต่อมา คูลิบาลี่ ยังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม และมีบทบาทสำคัญ ช่วยให้ทีมจบอันดับ 4 ของตาราง ถือว่าเป็นสถิติสูงสุดของสโมสรอีกด้วย จบฤดูกาล 2017-2018 คูลิบาลี่ ทำได้ถึง 5 ประตู และลงเล่นไป 45 นัด ฤดูกาล 2018-2019 เขากายเป็นผู้เล่นอีกหนึ่งคนที่นาโปลีขาดไม่ได้เลย ฤดูกาลนี้เขาพาทีมจบได้ถึงรองแชมป์ พร้อมกับคว้ารางวัล กองหลังยอดเยี่ยมมาครองได้อีกด้วย แต่เขายังคงไม่หยุดเพียงเท่านี้  ในศึก โคปปา อตาเลีย ปี2020 เขายังสามารถพาทีมเอาชนะยูเวนตุส และคว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ และปิดจ๊อบการเล่นที่อิตาลีได้อย่างสวยงานเลยทีเดียว คูลิบาลี่ ยังคงได้รับความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป ไม่ว่าจะเป็น แมนฯยูไนเต็ค, แมนฯซิตี้, ลิเวอร์พูล, เชลซี, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส แต่นาโปลีไม่ต้องการขาย คูลิบาลี่ ในขณะนั้น ต่อมาในปี 2022 เป็นเชลซีที่กระชากกำแพงยักษ์ แห่งเซเนกัล ด้วยค่าตัว 32 ล้านปอนด์ ปิดฉาก 8 ปี กับนาโปลี

ผลงานกับทีมชาติ

คาลิดู คูลิบาลี่ เป็นนักฟุตบอลอีกหนึ่งคนที่มีสิทธิ์เลือกเล่นได้ถึงสองประเทศ เขาเริ่มเล่นฟุตบอลระบบนานาชาติให้กับทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ในศึกการแข่งขัน FIFA U-20 World Cup ที่ประเทศโคลัมเบีย ซึ่งในรายการนี้เขาสามารถพาทีมจบได้เพียงแค่อันดับ 4 ต่อมาเดือนกันยายน ปี 2015 คูลิบาลี ได้ตัดสินใจเลือกเล่นให้ทีมชาติ เซเนกัล ประเทศบ้านเกิดของพ่อแม่ของเขาเอง คูลิบาลี่ ลงเล่นให้ทีมชาติเซเนกัลนัดแรกเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2012 ในการแข่งขัน AFCON รอบคัดเลือกและช่วยให้ทีมเข้าไปเล่นในรอบสุดท้าย ในศึก Africa Nations Cup ปี 2017 ได้สำเร็จ จากฟอร์มการเล่นที่ดุดันของเขาทำให้เขามีชื่อไปลุยศึกฟุตบอลโลกปี 2018 ที่ประเทศรัสเซียอีกด้วย แต่ผลการแข่งขันก็ไม่ได้เป็นไปตามหวัง ทีมชาติเซเนกัลตกรอบแรกไปอย่างหน้าเสียดาย มาในปี 2019 คูลิบาลี่ พาทีมชาติเซเนกัล ทะลุไปถึงรอบชิงชนะเลิศ ในศึก Africa Nations Cup ได้สำเร็จแต่แล้วเขาก็ต้องอกหักซ้ำสอง จากการแพ้ทีมชาติแอลจีเรียไปแบบหน้าเสียดาย 0-1 ปีต่อมา กับการมาทวงถ้วยแชมป์ Africa Nations Cup อีกครั้งในประเทศแคเมอรูน ครั้งนี้เขามาพร้อมกับความมั่นใจเต็มระบบ และสุดท้ายเขาก็สามารถพาทีมชาติเซเนกัล ทวงแชมป์คืนได้สำเร็จ หลังจากชนะจุดโทษอียิปต์ ไปแบบสุดมัน

ความสำเร็จ การคว้าแชมป์สโมสร และทีมชาติ

เกงค์

-แชมป์ Belgian Cup 2012 – 2013

นาโปลี

-แชมป์ Supercoppa Italianan ปี 2014

-แชมป์ Coppa Italia ปี 2019 -2020

เซเนกัล

-รองแชมป์ Africa Nations Cup ปี 2019

-แชมป์ Africa Nations Cup ปี 2021

ความสำเร็จส่วนตัว

-ทีม CAF Team of the year ปี 2016 – 2018 – 2019

-ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ Serie A ปี 2015 – 2016 , ปี 2016 – 2017 , ปี 2017 – 2018 , ปี 2018 – 2019

-ผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเนกัล ปี 2017 และ ปี 2018

-Serie A กองหลังยอดเยี่ยม ปี 2018 – 2019

-ทีมยอดเยี่ยมของการแข่งขัน Africa Nations Cup ปี 2019

-ทีมชายยอดเยี่ยมแห่งปีของ IFFHS CAF ปี 2020

– IFFHS CAF ทีมชายแห่งทศวรรษ ปี 2011 – 2020

เกร็ดความรู้เล็กๆ น้อยๆของ Kalidou Koulibaly

ปี 2019 ในเมืองเนเปิลส์ ประเทศอิตาลี ประกาศว่า คูลิบาลี่ ได้รับการเสนอชื่อให้เป็นพลเมืองกิตติมศักดิ์ของเนเปิลส์ เขาคนนี้ยังเป็นที่รู้จักในฐานะผู้สนับสนุนความยุติธรรม และ รณรงค์ต่อต้านการเหยียดผิวอีกด้วย ต้องยอมรับเลยว่าคูลิบาลี่ได้รับความนิยมอย่างมากใน เนเปิลส์ เพราะเขามักจะมีส่วนร่วมในการช่วยเหลือคนยากจนในเนเปิลล์เป็นอยู่ประจำ  ปี2021 คูลิบาลี่ ได้ร่วมมือกับองค์กรท้องถิ่นเพื่อประสานงานหาซื้อสิ่งของจำเป็นและเครื่องมือต่างๆ จากท่าเรือเนเปิลส์เพื่อมาช่วยเหลือเด็ดดอยโอกาสและครอบครัวที่ยากจนอีกด้วย