ประวัติ Bruno Fernandes เพลย์เมกเกอร์จอมถล่มประตู ผู้ปลุกผีขึ้นจากหลุม

ชายผู้นี้มาพร้อมกับความทุ่มเทที่เกินร้อย ชายผู้ปลุกปีศาจแดงให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เขาคือกองกลางจอมถล่มประตู เขาคนนี้มีชื่อว่า บรูโน่ แฟร์นานเดส

จุดเริ่มต้นเส้นทางฟุตบอลของ บรูโน่ แฟร์นานเดส

บรูโน่ มิเกล บอร์เกส แฟร์นานเดส เกิดเมื่อวันที่ 8 กันยายน 1994 ที่เขตไมยา ในเมืองปอร์โต้ ของประเทศโปรตุเกส เขาชื่นชอบฟุตบอลตั้งแต่อายุ 6 ขวบ 2 ปีต่อมา บรูโน่ ได้มีโอกาสเข้าร่วมสโมสรเยาวชนของทีม อินเฟสต้า ในประเทศบ้านเกิด เป็นเวลา 2 ปี ก่อนจะได้ย้ายไปร่วมทีม ในระดับเยาวชนของสโมสร เบาวิสต้า ถัดมา 1 ปี เขาถูกปล่อยให้ทีม ปาสตีไรล่า ยืมตัวไปใช้งานถึง 5 ปี และกลับมาสู่ เบาวิสต้า ในปี 2010 อยู่กับทีมอีก 2 ปี จากการที่ได้บ่มเพาะศาสตร์ทางฟุตบอลจนมีความสามารถที่ยอดเยี่ยม ทำให้ไปเตะตาแมวมองของทีม โนวาร่า ในลีกรองของอิตาลี ที่เฝ้าติดตามผลงานของ บรูโน่ แฟร์นานเดส มาโดยตลอด ได้จัดการเซ็นสัญญากองกลางพลังหนุ่มแดนฝอยทองในวัย 18 ปี เข้าร่วมทีมในปี 2012 แฟร์นานเดสโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในทีมเยาวชนของสโมสรจนทำให้เขาถึงดันขึ้นทีมชุดใหญ่ของ โนวาร่า สามารถพาทีมจบอันดับที่ 5 มีลุ้นเพลย์ออฟเลื่อนสู่ลีกสูงสุดของประเทศ แต่เป็นทางด้านอูดิเนเซ ใช้กรรมสิทธิ์ที่เป็นเจ้าของสโมสรร่วมกระชาก บรูโน่ แฟร์นานเดส เข้าทีมในปี 2013 เขาเสริมสร้างประสบการณ์และผลงานที่ดีวันดีคืนกับอูดิเนเซเป็นเวลา 3 ปี จากนั้นในปี 2016 สโมสรซามพ์โดเรียยืมตัวเพลย์เมกเกอร์ชาวโปรตุเกสมาปั้นเกมในแดนกลางพร้อมพ่วงออฟชั่นซื้อขาด มาอยู่ซามพ์โดเรีย ได้แค่ 1 ฤดูกาล เป็นทางด้านสปอร์ติงลิสบอน กระชากตัว แฟร์นานเดส กลับสู่ลีกบ้านเกมด้วยราคาเพียง 7.3 ล้านปอนด์

กลับมาสร้างชื่อกับ สปอร์ติงลิสบอน

การย้ายมาร่วมทีมของ บรูโน่ แฟร์นานเดส มาเติมเต็มแดนกลางของทีมได้อย่างลงตัว ทำให้สปอร์ติงลิสบอนแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ด้วยผลงานการสร้างสรรค์เกมบวกกับการยิงไกลที่เฉียบคม ในปี 2017-18 แค่ฤดูกาลแรกที่กลับมาในลีกบ้านเกิด บรูโน่ แฟร์นานเดส สร้างผลงานที่ยอดเยี่ยม โดยเขาสามารถทำประตูได้ถึง 16 ลูก กับอีก 14 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 56 ในทุกรายการ พาสปอร์ติงลิสบอนคว้าแชมป์ โปรตุเกส ลีก คัพและเป็นโทฟี่แรกของเจ้าตัวอีกด้วย ความยอดเยี่ยมของ บรูโน่ ยังไม่หยุดแค่นี้เมื่อฤดูกาลถัดมา เขาสร้างผลงานที่น่าเหลือเชื่อมากโดยเขาพังประตูให้กับสปอร์ติงลิสบอน ไปถึง 31 ประตู บวกกับอีก 15 แอสซิสต์ จากการลงเล่น 55 ในทุกรายการ อย่าลืมไปว่าเขาเล่นในตำแหน่งกองกลางแต่มองจากจำนวนประตูที่ทำได้นั้นน่าทึ่งสุดๆ และยังสามารถป้องกันแชมป์ โปรตุเกส ลีก คัพเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ทำให้หลายทีมใหญ่ในยุโรปจ้องจับตามมองไปที่บรูโน่ แฟร์นานเดส ในฤดูกาล 2019-2020 เขายังเลือกที่จะอยู่กับทีมต่อไป และยังคงโชว์ฟอร์มได้อย่างยอดเยี่ยม พาต้นสังกัดคว้าแชมป์ โปรตุเกส คัพ มาครองได้สำเร็จ จากผลงานครึ่งฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้กับสปอร์ติงลิสบอนไป 27 นัด ยิงได้ถึง 15 ประตูกับอีก 14 แอสซิสต์ ก่อนที่จะเป็นทัพปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด กระชากตัวกองกลางจอมถล่มประตูในตลาดหน้าหนาวเดือนมกรา ปี 2020 ด้วยค่าตัว 55 ล้านยูโรและเงื่อนไขเพิ่มเติมอีก 25 ล้านยูโร

เดอะแบกของแมนฯยู

การมาของ บรูโน่ แฟร์นานเดส ทำให้ทัพปีศาจแดงแข็งแกร่งขึ้นทันที เขาเข้ามาเติมเต็มในเกมรุกให้มีมิติหลากหลายมากขึ้น เหมือนกับว่าเป็นคนละทีมกับครึ่งซีซั่นแรก เขาสามารถพาแมนยูไนเต็ดจบอันดับที่ 3 โดยครึ่งฤดูกาลหลัง ทัพปีศาจแดงขาดผู้เล่นอย่าง บรูโน่ แฟร์นานเดส ไม่ได้เลย ต้องยอมรับว่าเขาคือเดอะแบกของยูไนเต็ดจริงๆ ฤดูกาลที่ 2 ของเขากับยูไนเต็ด เขาพาทัพปีศาจแดงเข้าชิงยูโรป้าลีก แต่ไปไม่ถึงแชมป์ โดยแพ้จุดโทษให้กับ บียาร์เรอัล ไป 11-10 จากการเสมอกันในเวลา 1-1 โดยเขาสร้างสถิติมากมายให้กับตัวเอง เขาคือกองกลางที่ทำประตูได้มากที่สุดใน 50 นัดแรก ทำไป 28 ประตู ทุบสถิติของ แฟร้ง แลมพาร์ด เป็นที่เรียบร้อย ในฤดูกาลที่ 2 เขายังคงโชว์ผลงานที่ยอดเยี่ยมจากการลงเล่นไปทั้งหมด 58 นัด ซัดไป 28 ประตูกับอีก 19 แอสซิสต์ในทุกรายการ แม้การมาของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ในฤดูกาล 2021-22 จะทำให้ฟอร์มที่ดุดันของเขาลดลงไป จากยิงประตูได้มากกับน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ต้องบอกไว้เลยว่า เขาคือกองกลางตัวหลักของทีมที่ทีมจะขาดเขาไม่ได้เลยแม้แต่นัดเดียว เวลาเขาไม่ได้ลงสนามมิติในเกมรุกจะลดน้อยลงอย่างมาก

ทีมชาติ

ในนามทีมชาติของ บรูโน่ แฟร์นานเดส ถูกเรียกติดทีมชาติตั้งแต่อายุ 18 ปี โดยเขาลงเล่นให้ชุด U-19 , U-20, U-21, U-23 และในปี 2017 ด้วยผลงานที่สุดยอด เขาถูกดันขึ้นทีมชาติชุดใหญ่ และมีส่วนร่วมพาทีมชาติโปรตุเกสคว้าแชมป์ ยูฟ่าเนชั่นส์ ลีก : 2018–19 แต่เขาต้องพิสูจน์ตัวเองในนามทีมชาติให้ดีกว่านี้ โดยผลงานทีมชาติโปรตุเกสชุดใหญ่ลงเล่นไปทั้งหมด 46 นัด ทำได้ 8 ประตูกับอีก 7 แอสซิสต์ ถือว่ายังไม่น่าเป็นที่พอใจ และในฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ เป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญของสุดยอดเพลย์เมกเกอร์ของทัพปีศาจแดงว่าจะพาทีมชาติโปรตุเกสไปถึงฝั่งฝันได้หรือไม่ ปลายปีนี้ได้รู้กัน

ความสำเร็จสโมสรและทีมชาติ

สปอร์ติงลิสบอน

แชมป์ โปรตุเกส คัพ ปี : 2019

แชมป์ โปรตุเกส ลีก คัพ : 2017-18, 2018-19

ทีมชาติโปรตุเกส

ยูฟ่าเนชั่นส์ลีก : 2018–19

ความสำเร็จส่วนตัว

นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของลีกโปรตุเกส : 2017-18 , 2018-19

ติดทีมยอดเยี่ยมของศึกยูโรปา ลีก : 2017-18 , 2018-19

ติดทีมยอดเยี่ยมของศึกยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก : 2019

นักเตะยอดเยี่ยมประจำฤดูกาลของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด : 2019-20

ดาวซัลโวศึกยูโรปา ลีก : 2019-20

เกร็ดความรู้ของ บรูโน่ แฟร์นานเดส จอมทัพที่คลั่งไคล้หมายเลข 8

บรูโน่ แฟร์นานเดส คลั่งไคล้เบอร์เสื้อหมายเลข 8 เป็นอย่างมาก นั้นก็เป็นเพราะคุณพ่อของเขาเคยสวมใส่เสื้อเบอร์ 8 สมัยเป็นนักเตะและต้องยุติบทบาทการเป็นนักเตะลงโดยได้รับข้อเสนอจากงานอื่นที่ดีกว่าของคุณพ่อ โดยบรูโน่ แฟร์นานเดส สมัยค้าแข้งกับอูดิเนเซ เขาได้สวมเสื้อหมายเลข 32 ในฤดูกาลแรกของเขาและเมื่อเบอร์ 8 ว่างเขารีบย้ายไปสวมเสื้อหมายเลข 8 หลังจากนั้นเขาได้ไปสักที่แขนขวาของเขาคำว่า BF 8 B มาจาก Borges นั้นคือนามสกุลของคุณแม่ ส่วน F มาจาก Fernandes นามสกุลของคุณพ่อ ส่วน 8 นั้นมาจากคุณพ่อที่เคยสวมหมายเลข 8 และยังตรงกับวันที่เขาเกิดอีกด้วย นั้นเป็นสาเหตุที่เขาชื่นชอบหมายเลข 8 เป็นอย่างมาก และฤดูกาล 2022-23 จากการที่สโมสรไม่ต่อสัญญากับ ฆวน มาต้า ทำให้เบอร์ 8 ของยูไนเต็ดว่างลง บรูโน่ แฟร์นานเดส ไม่รอช้าย้ายไปสวมหมายเลข 8 ทันที