ประวัติ Aymeric Laporte ชายที่ถูกบ้านเกิดมองข้าม จนต้องโอนสัญชาติไปเล่นให้กับทีมชาติสเปน

แอมริก ลาปอร์ต เกิดในเมือง อาแฌ็ง ประเทศฝรั่งเศส ลืมตาดูโลก เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 1994 มีน้องชาย 1 คน โดย ลาปอร์ต เริ่มเล่นฟุตบอลตั้งแต่อายุ 5 ขวบ และได้เข้าสู่ศูนย์ฝึกฟุตบอลเยาวชนของ SU Agen ในปี 2000 จนถึง 2009 เป็นเวลา 9 ปีที่เขาได้เกี่ยวกับประสบการณ์ และได้ย้ายไปสโมสรบายอน (Bayonne) ที่ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของฝรั่งเศส เพียง 1 ฤดูกาล ก่อนที่จะเป็นทีมจากทางแคว้นบาสก์ อย่าง แอธเลติก บิลเบา เห็นแววในตัวของ อายเมริค ลาปอร์ต จึงได้ดึงเขาไปร่วมทีม โดยสโมสรบิลเบานั้น ได้รับการสนับสนุนจากท้องถิ่น และปั้นผู้เล่นเยาวชนจากแคว้นบาสก์ นักเตะส่วนใหญ่ต้องมีเชื้อสายบาสก์เท่านั้นถึงจะลงเล่นให้กับสโมสรแห่งนี้ได้ โดยทวดของลาปอร์ต มีเชื้อสายบาสก์ ทำให้เขาสามารถลงเล่นให้กับสโมสรแอธเลติก บิลเบา และเขายังโอนสัญชาติจากฝรั่งเศสมาอยู่สเปนอีกด้วย เพราะตัวเขาอยากที่จะสัมผัสบรรยากาศการแข่งขันฟุตบอลโลกมันคืออีกหนึ่งความฝันของเจ้าตัว ปัจจุบัน เอเมอริค ลาปอร์ต สังกัดสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้

จุดเริ่มต้นการเล่นฟุตบอลอาชีพ

ลาปอร์ต ได้ย้ายไปร่วมสโมสร Bayonne ตอนอายุ 15 ปี อยู่กับทีมได้แค่ ฤดูกาลเดียว ฟอร์มของ แอมริก ลาปอร์ต ได้ไปเตะตาแมวมองของสโมสรแอธเลติก บิลเบา และได้เซ็นสัญญาเป็นนักเตะเยาวชนของ บิลเบา ในวัยเพียง 16 ปี Laporte ใช้เวลาเพียง 2 ปี ก้าวขึ้นมาติดทีมชุดใหญ่ของสโมสร ในฤดูกาลแรกเขาลงเล่นให้กับบิลเบา ไป 17 นัด และขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับสโมสร ตั้งแต่ฤดูกาลที่ 2 เป็นต้นไป เขาสามารถพาแอธเลติก บิลเบา คว้าแชมป์ สแปนิชซูเปอร์คัพได้โดยการชนะ เจ้าบุญทุ่ม บาร์เซโลน่า รวมผล 2 นัด ด้วยสกอร์ 5-1 เถลิงแชมป์อย่างยิ่งใหญ่ โดยเขาลงสนามให้กับต้นสังกัดอย่าง แอธเลติก บิลเบา ตลอด 6 ฤดูกาล ไปทั้งหมด 222 นัด และสามารถทำประตูได้ 10 ประตู ทำให้เขาเป็นที่หมายตาของสโมสรชั้นนำในยุโรปมากมาย ทั้ง รีล มาดริด, บาร์เซโลน่า, ยูเวนตุส, เชลซี, แมนฯยู, แมนฯซิตี้และ บาเยิร์น มิวนิก ก่อนที่จะเป็นมหาเศรษฐีจากดูไบ กระชากตัวเข้าสู่ทีมเรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยค่าฉีกสัญญาประมาณ 57 ล้านปอนด์ ในตลาดหน้าหนาวเดือนมกราปี 2018

ความท้าทายครั้งใหม่กับแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ด้วยค่าตัวเป็นสถิติสโมสรในเวลานั้น ทำให้แฟนบอลแมนฯซิตี้ ตั้งความหวังว่า ลาปอร์ต จะช่วยยกระดับแนวรับของทีมให้ดีขึ้น เขาก็ไม่ทำให้เหล่าสาวกเรือใบสีฟ้าผิดหวัง แค่ครึ่งฤดูกาล 2017-18 เขาสามารถพาทีมคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีกมาคว้าได้สำเร็จ จากการลงเล่น 13 นัดในทุกรายการ บวก 1 ประตู นั้นทำให้เขาคว้าแชมป์ลีกเมเจอร์ใหม่เป็นครั้งแรกในชีวิต ถัดมาในฤดูกาล 2018-19 เขาปรับตัวได้อย่างรวดเร็วในเวทีพรีเมียร์ลีก สามารถพาทีมคว้าแชมป์การกุศลอย่างคอมมิวนิตี้ ชิลด์มาครองได้สำเร็จ ยังยึดตำแหน่งตัวจริงของทีมได้ด้วยจากการลงเล่น 51 นัดในทุกรายการ ยิงได้ 5 ประตู คว้าทริปเบิ้ลแชมป์ ทั้ง คาราบาว คัพ เอฟเอ คัพ และป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้อีก 1 สมัย ถือว่านี้คือปีทองของ Aymeric Laporte

การบาดเจ็บทำให้ฟอร์มหลุด

อยู่ในช่วงที่กำลังฟอร์มดีสุดๆ ในฤดูกาล 2019-20 เขาต้องมาเจอกับปัญหาอาการบาดเจ็บที่หัวเข่ารบกวน ทำให้เขาต้องรับการผ่าตัดและพักยาวจนเกือบซีซั่น พอเขาหายจากอาการบาดเจ็บ เขาต้องแย่งตำแหน่งตัวจริงจาก จอห์น สโตนส์ อีกด้วย แต่ในฤดูกาลนี้แมนฯซิตี้ จบเพียงอันดับที่ 3 และไม่สามารถคว้าแชมป์ได้เลยสักรายการเดียว ถัดมาในฤดูกาล 2020-21 ด้วยอาการบาดเจ็บที่ยังมารบกวน บวกกับฟอร์มการเล่นที่หลุดไปแบบดื้อๆ ทำให้ Laporte ต้องหลุดไปเป็นตัวสำรองของ รูเบน ดิอาสและ จอห์น สโตนส์ ที่ประสานงานกันได้อย่างลงตัว จนพาแมนฯซิตี้ คว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาคว้าสำเร็จ นี้คือปีที่เลวร้ายของเอเมอริค ลาปอร์ต

ความมุ่งมั่นและความพยายาม

การไม่ยอมแพ้และมุ่งมั่นพัฒนาตัวเองของ ลาปอร์ต ทำให้ในฤดูกาล 2021-22 เขาสามารถกลับมายึดตัวจริงของทีมได้สำเร็จ โดยจับคู่กับรูเบน ดิอาส ได้อย่างลงตัว จนพาต้นสังกัดป้องกันแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้แบบชนิดที่ว่าต้องลุ้นกันจนถึงนัดสุดท้าย และนี้คือแชมป์ พรีเมียร์ลีก ที่ 4 ของ ลาปอร์ต อีกด้วย

การติดทีมชาติ

ลาปอร์ต ติดทีมชาติฝรั่งเศส ตั้งแต่อายุ17 ปี โดยลงเล่นให้กับทีมชาติฝรั่งเศส U17, U18, U19, U21 และทีมชุดใหญ่แต่ไม่ได้ลงสนามเลย ในปี 2021 อายเมริค ลาปอร์ต ได้ตัดสินใจโอนสัญชาติมาอยู่สเปน และได้ติดทีมชาติสเปนชุดใหญ่ลุยศึกยูโร 2020 อีกด้วย

เหตุการณ์สำคัญในนามทีมชาติ

เหตุการณ์สำคัญในนามทีมชาติคงจะหนีไม่พ้น การได้ประเดิมทีมชาติชุดใหญ่ให้กับสเปน ในศึก ยูโร 2020 เป็นการลงเล่นในทัวร์นาเมนต์ใหญ่ระดับชาติครั้งแรกของลาปอร์ต และคงได้เห็นเขาได้ในทัวร์นาเมนต์ใหญ่อย่างฟุตบอลโลก 2022 ที่การ์ต้าอีกครั้ง

ความสำเร็จ การคว้าแชมป์สโมสร และทีมชาติ

แอธเลติก บิลเบา

– สแปนิชซูเปอร์คัพ 2015

แมนเชสเตอร์ ชิตี้

– พรีเมียร์ลีก: 2017-18, 2018-19, 2020-21, 2021-22

– เอฟเอ คัพ: 2018-19

– ลีกคัพ หรือ คาราบาว คัพ : 2017-18, 2018-19, 2020-21

– คอมมิวนิตี้ ชิลด์ : 2018

ความสำเร็จส่วนตัว

ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของศึกลาลีกาสเปน : 2013-2014

ทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของ PFA พรีเมียร์ลีก : 2018-19

เกร็ดความรู้ ของ Aymeric Laporte

เขาได้ตัดสินใจครั้งสำคัญ โดย แอมริก ลาปอร์ต ในขณะนั้นอยู่กับสโมสรแอธเลติก บิลเบา มาเป็นเวลา 6 ปี ทำให้เข้าเกณฑ์การโอนสัญชาติได้ แต่ ลาปอร์ต ไม่คิดที่จะมี 2 สัญชาติ เจ้าตัวเคยลั่นวาจาว่า เขาจะไม่ลงเล่นให้กับทีมชาติสเปนอย่างแน่นอน จากนั้นเขาถูกทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่เรียกติดทัพ 2 นัด แต่ไม่ได้ลงสนามและมาประสบปัญหาอาการบาดเจ็บจนหลุดทีมชาติฝรั่งเศสยาวๆ ความฝันเขาคือได้เล่นในฟุตบอลโลก ในเมื่อทีมชาติฝรั่งเศสไม่เห็นค่าในตัวเขา ทำให้เขาต้องกลืนน้ำลายตัวเอง ตัดสินใจโอนสัญชาติไปเล่นให้กับทีมชาติสเปน เพื่อโอกาสได้ลงเล่นในนามทีมชาติมากขึ้น จากการที่เขามาอยู่ทีมชาติสเปนทำให้ ลาปอร์ต ได้เป็นตัวเลือกแรกๆ ในตำแหน่ง เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ ถ้าไม่มีอาการบาดเจ็บ เขาคือประการหลังตัวหลักของทัพ กระทิงดุ เลยทีเดียว